banner

เด็กและสตรี

เลือกหัวข้อที่คุณสนใจ

ขออนุญาตดำเนินการตั้งครรภ์เเทน (อุ้มบุญ)

1ขออนุญาตดำเนินการตั้งครรภ์เเทน (อุ้มบุญ)

การขออนุญาตดำเนินการตั้งครรภ์แทนคืออะไร

การขออนุญาตเพื่อให้หญิงอื่นตั้งครรภ์แทนกรณีคู่สามีภรรยาที่ไม่สามารถมีลูกได้

บริการนี้เหมาะสมกับ

คู่สามีภรรยามีสัญชาติไทย จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย

ภรรยามีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าไม่สามารถตั้งครรภ์เองได้

ห้ามคู่สมรสชาวต่างชาติใช้บริการ

ห้ามคู่สมรสชาวไทยที่เป็นเพศเดียวกันใช้บริการ

ใครสามารถอุ้มบุญได้

ผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนจะเป็นญาติของคู่สามีภรรยาหรือไม่ใช่ญาติก็ได้

ผู้หญิงที่มีสัญชาติไทย

มีอายุระหว่าง 20 – 40 ปี

ห้ามผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วโดยการคลอดเองเกิน 3 ครั้งหรือผ่าคลอดเกิน 1 ครั้ง

ห้ามอุ้มบุญเกิน 2 ครั้ง

สิทธิประกันสังคม

1ประกันสังคม : ค่าตรวจและรับฝากครรภ์

ประกันสังคมค่าตรวจครรภ์และรับฝากครรภ์คืออะไร

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์จะได้รับเงินสนับสนุนค่าฝากครรภ์และค่าบริการตรวจครรภ์
เมื่อใช้บริการโรงพยาบาลที่มีสิทธิ โดยจะได้รับเงินตามอัตราดังนี้
อายุครรภ์ 1 – 12 สัปดาห์ จะเบิกได้ 500 บาท
อายุครรภ์ 12 – 20 สัปดาห์ จะเบิกได้ 300 บาท
อายุครรภ์ 20 – 28 สัปดาห์ จะเบิกได้ 200 บาท

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นผู้ที่นำส่งเงินสมทบครบ 5 ครั้ง ภายใน 15 เดือนก่อนใช้สิทธิ

ผู้ประกันตนทั้งหญิงและชาย

สามารถเบิกค่าตรวจและค่ารับฝากครรภ์ได้โดยไม่ต้องรอให้คลอดลูกก่อน

หากทั้งฝ่ายชายและหญิงมีสิทธิประกันตน สามารถเลือกผู้รับสิทธิได้เพียงฝ่ายเดียว

ไม่ใช่ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (แรงงานนอกระบบ หรือาชีพอิสระ)

2ประกันสังคม : ค่าคลอดบุตร

ประกันสังคมค่าคลอดบุตรคืออะไร

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์จะได้รับเงินสนับสนุนค่าบริการคลอดบุตร เมื่อใช้บริการโรงพยาบาลที่มีสิทธิ
โดยสามารถนำค่าใช้จ่ายไปเบิกได้ในวงเงินไม่เกิน 13,000 บาท

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นผู้ที่นำส่งเงินสมทบครบ 5 ครั้ง ภายใน 15 เดือนก่อนใช้สิทธิ

ผู้ประกันตนทั้งหญิงและชาย

สามารถเบิกได้โดยไม่จำกัดจำนวนบุตร

หากทั้งฝ่ายชายและหญิงมีสิทธิประกันตน สามารถเลือกผู้รับสิทธิได้เพียงฝ่ายเดียว

3ประกันสังคม : เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร

เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรคืออะไร

ผู้ประกันตนมีสิทธิที่จะได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเมื่อลาคลอด โดยจะได้รับเงิน 50% ของเงินเดือน
เป็นจำนวน 90 วัน ถึงแม้จะลาคลอดไม่ถึง 90 วันก็ตาม

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นผู้ที่นำส่งเงินสมทบครบ 5 ครั้ง ภายใน 15 เดือนก่อนใช้สิทธิ

ผู้ประกันตนทั้งหญิงและชาย

ไม่สามารถลาคลอดเกิน 90 วันได้

หากทั้งฝ่ายชายและหญิงมีสิทธิประกันตน สามารถเลือกผู้รับสิทธิได้เพียงฝ่ายเดียว

ลดหย่อนภาษี

1ลดหย่อนภาษีค่าฝากครรภ์

การลดหย่อนภาษีค่าฝากครรภ์

ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์สามารถนำค่าใช้จ่ายต่างๆ ไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 60,000 บาท/ปี
โดยครอบคลุมค่าใช้จ่าย 6 ประเภท ได้แก่ ค่าตรวจและรับฝากครรภ์ ค่าบำบัดทางการแพทย์ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์
ค่ายาและค่าเวชภัณฑ์ ค่าทำคลอด ค่ากินอยู่ในสถานพยาบาล

ผู้ที่จะได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีคือใคร

ทั้งสามีและภรรยามีสิทธิลดหย่อนภาษี แต่ผู้รับสิทธิมีได้เพียงคนเดียว

หากสามีภรรยายื่นภาษีรวมกัน ให้ผู้ยื่นภาษีหลักเป็นผู้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี

หากสามีภรรยาต่างฝ่ายต่างยื่นภาษี ให้ภรรยาเป็นผู้ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษี

หากท้อง 2 ครั้งในปีเดียว แต่ละท้องจะได้รับสิทธิลดหย่อนแยกกัน

แต่ถ้าเป็นกรณีลูกแฝด จะได้รับสิทธิลดหย่อนเพียง 1 สิทธิ

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

1การขอเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดคืออะไร

คุณพ่อคุณแม่ในครอบครัวที่ยากจนสามารถยื่นขอรับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรได้
โดยหนึ่งครอบครัวจะได้รับเงิน 600 บาท/เดือน หากมีลูกแฝดจะได้รับ 1,200 บาท/เดือน

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยผู้มี ฐานะยากจน (มีรายได้เฉลี่ยต่ำกว่า 3,000 บาท/คน/เดือน)

บุตรเป็นเด็กที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560

ต้องไม่เป็นผู้ได้รับเงินช่วยเหลือหรือรับสวัสดิการจากรัฐ

หากมีบุตรเพิ่มจะต้องลงทะเบียนใหม่ทุกครั้ง

กองทุนคุ้มครองเด็ก

1การขอรับเงินสนับสนุนจากกองทุนคุ้มครองเด็ก

กองทุนคุ้มครองเด็กคืออะไร

กองทุนช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อน เพื่อเป็นค่าเลี้ยงดู ค่าพาหนะ ค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ทุนประกอบอาชีพครอบครัว ค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

เด็กเร่ร่อน ถูกทอดทิ้ง หรือพิการ

เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถเลี้ยงดูได้ หรือถูกทารุณกรรม

นักเรียน หรือนักศึกษา

ครอบครัว ครอบครัวอุปถัมภ์ หรือผู้ที่อุปการะเลี้ยงดูเด็ก

เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน

1การขอรับเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน

เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจนคืออะไร

เงินช่วยเหลือเด็กและครอบครัวที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน โดยมุ่งให้ครอบครัวของเด็ก
สามารถเลี้ยงเด็กไว้ได้เองตามควรแก่อัตภาพ โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือดังนี้
ช่วยเหลือเป็นเงินหรือสิ่งของ : 1,000 บาท/ครั้ง ในครอบครัวที่มีเด็ก 1 คน
หรือไม่เกิน 3,000 บาท/ครั้ง ในกรณีครอบครัวที่มีเด็กมากกว่า 1 คน
ช่วยเหลือทั้งเงินและสิ่งของ : ไม่เกิน 2,000 บาท/ครั้ง ในครอบครัวที่มีเด็ก 1 คน
หรือไม่เกิน 3,000บาท/ครั้ง ในกรณีครอบครัวที่มีเด็กมากกว่า 1 คน

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 18 ปี

เด็กซึ่งพ่อแม่หรือหรือผู้ปกครอง ไม่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ เช่น เจ็บป่วย พิการ

เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง ซึ่งมีผู้ปกครองดูแล

เด็กในครอบครัวยากจน

ถ้าอยู่ระหว่างศึกษา เด็กต้องมีอายุไม่เกิน 20 ปี

ลดหย่อนภาษี

1การขอลดหย่อนภาษีบุตร

การขอลดหย่อนภาษีบุตร

ผู้ประกันตนที่มีลูกสามารถขอยื่นลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท/ปี ต่อบุตรหนึ่งคน

บริการนี้เหมาะสมกับ

พ่อ แม่ บุตรหรือคนใดคนหนึ่งอยู่ในประเทศไทยครบ 180 วันในปีภาษีนั้น

เป็นบุตรตามกฎหมายหรือลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนแล้ว

ลูกคุณต้องมีอายุและรายได้เท่าไหร่ถึงจะได้รับสิทธิ

มีอายุไม่ถึง 20 ปี

อายุ 20-25 ปี แต่เรียนอยู่ระดับอนุปริญญา (ปวส.) หรือปริญญาตรีขึ้นไป

อายุเท่าไหร่ก็ได้ ถ้าเป็นผู้พิการหรือเสมือนไร้ความสามารถ

บุตรที่ใช้สิทธิหักลดหย่อนได้จะต้องไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่ถึง 30,000 บาท/ปี

 

ประกันสังคมสงเคราะห์บุตร

1การขอประกันสังคมสงเคราะห์บุตร : ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ

ประกันสังคมสงเคราะห์บุตรคืออะไร

ผู้ประกันตนที่มีลูกสามารถยื่นขอประกันสังคมสงเคราะห์บุตร
โดยจะได้รับเงินเดือนละ 400 บาท/บุตรหนึ่งคน

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ประกันตามมาตรา 33 (พนักงานเอกชน) หรือ มาตรา 39 (เป็นพนักงานแต่ลาออก)

จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ครั้ง ภายใน 36 เดือนก่อนเดือนใช้สิทธิ

ต้องเป็นบุตรตามกฎหมาย

สามารถขอยื่นรับสิทธิสงเคราะห์บุตรได้ จำนวนคราวละไม่เกิน 3 คน

สิทธิเงินสงเคราะห์บุตรจะหมดลงเมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปี หรือเสียชีวิต

2การขอประกันสังคมสงเคราะห์บุตร : ผู้ประกันตนนอกระบบ

ประกันสังคมสงเคราะห์บุตรคืออะไร

ผู้ประกันตนนนอกระบบสามารถยื่นขอประกันสังคมสงเคราะห์บุตร
โดยจะได้รับเงิน เดือนละ 200 บาท/บุตรหนึ่งคน

บริการนี้เหมาะสมกับ

ต้องเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (มีอาชีพอิสระ หรือ แรงงานนอกระบบ)

จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 24 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนการใช้สิทธิ

ต้องเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย อายุไม่เกิน 6 ปี

สามารถขอยื่นรับสิทธิสงเคราะห์บุตรได้ จำนวนคราวละไม่เกิน 2 คน

สิทธิเงินสงเคราะห์บุตรจะหมดลงเมื่อบุตรมีอายุครบ 6 ปี หรือเสียชีวิต

สายด่วนปรึกษาการไม่พร้อมตั้งครรภ์

1ขอคำปรึกษาเมื่อตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม โทร 1663 ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

บริการยุติการตั้งครรภ์

1การขอบริการยุติการตั้งครรภ์

บริการยุติการตั้งครรภ์คืออะไร

บริการสำหรับผู้หญิงซึ่งตั้งครรภ์โดยที่ยังไม่พร้อมและมีความจำเป็นต้องยุติการตั้งครรภ์

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้หญิงอายุต่ำกว่า 15 ปี และไม่พร้อมตั้งครรภ์ถึงแม้จะยินยอมมีเพศสัมพันธ์

ผู้หญิงที่มีอันตรายทางสุขภาพจากการตั้งครรภ์ เช่น ครรภ์เป็นพิษ

ผู้หญิงที่เกิดผลกระทบทางสุขภาพจิตจากการตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่ถูกข่มขืมกระทำชำเรา หรือล่อลวง

ขอรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม

1รับลูกบุญธรรม กรณีเด็กอยู่ในอุปการะของกรมกิจการเด็กฯ

เด็กที่อยู่ในอุปการะของกรมกิจการเด็กและเยาวชนคือใคร

เด็กกำพร้า เด็กถูกทอดทิ้ง และเด็กที่พ่อแม่ยินยอมมอบให้ของกรมกิจการเด็กและเยาวชนอุปการะ

ใครสามารถขอรับลูกบุญธรรมได้

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 25 ปี

ต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเลี้ยงอย่างน้อย 15 ปี

ไม่เป็นผู้พิการหรือมีโรคร้ายแรง

ไม่เคยต้องโทษหรือถูกจำคุก

ต้องได้รับความยินยอมจากใคร ก่อนรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

ถ้าเด็กมีอายุต่ำกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากสถานสงเคราะห์ฯ

ถ้าเด็กมีอายุมากกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากเด็ก

2รับลูกบุญธรรม กรณีเด็กมีพ่อแม่

รับลูกบุญธรรมจากเด็กที่มีพ่อแม่คืออะไร

เด็กที่พ่อแม่ที่แท้จริงและยินยอมมอบเด็กให้เป็นบุตรบุญธรรมของผู้ขอรับเลี้ยงเด็ก เนื่องจากไม่พร้อมอุปการะเลี้ยงดูเด็กได้

ใครสามารถขอรับลูกบุญธรรมได้

มีอายุมากกว่า 25 ปีและอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเลี้ยงอย่างน้อย 15 ปี

ผู้ขอรับเลี้ยงเด็กต้องมีคู่สมรส และจดทะเบียนสมรสแล้วอย่างน้อย 6 เดือน

ต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเลี้ยงอย่างน้อย 15 ปี

ไม่เป็นผู้พิการหรือมีโรคร้ายแรง

ไม่เคยต้องโทษหรือถูกจำคุก

ต้องได้รับความยินยอมจากใคร ก่อนรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่แท้จริงของเด็ก

หากเด็กมีอายุมากกว่า 15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากเด็ก

3รับลูกบุญธรรม กรณีคำสั่งศาลให้ยินยอม

รับลูกบุญธรรมกรณีคำสั่งศาลให้ยินยอมคืออะไร

ศาลมีคำสั่งให้พ่อแม่ที่แท้จริงของเด็กมอบเด็กให้ผู้อื่นอุปการะดูแลแทน
เนื่องจากพ่อแม่เด็กไม่สามารถดูแลเด็กได้ เช่น เจ็บป่วย พิการ เป็นต้น

ใครสามารถขอรับลูกบุญธรรมได้

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 25 ปี

ต้องมีอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเลี้ยงอย่างน้อย 15 ปี

หากมีคู่สมรส ต้องจดทะเบียนสมรสแล้วอย่างน้อย 1 ปี

ไม่เป็นผู้พิการหรือมีโรคร้ายแรง

ไม่เคยต้องโทษหรือถูกจำคุก

มีบุตรของตนเอง หรือบุตรบุญธรรมในครอบครัวไม่เกิน 2 คน

จดทะเบียนรับรองบุตร

1การจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรม

ทำไมต้องจดทะเบียนรับรองบุตรบุญธรรม

เพื่อให้เด็กเป็นบุตรที่ชอบตามกฏหมายรวมถึงมีสิทธิ์ใช้ชื่อสกุลและรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม

ใครสามารถจดทะเบียนรับลูกบุญธรรมได้

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 25 ปี

มีอายุมากกว่า 25 ปีและอายุมากกว่าเด็กที่จะรับเลี้ยงอย่างน้อย 15 ปี

ต้องได้รับความยินยอมจากใคร ก่อนรับเด็กเป็นลูกบุญธรรม

หากรับเด็กมีอายุต่ำกว่า15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่แท้ๆของเด็ก

หากเป็นเด็กถูกทอดทิ้ง ต้องได้รับความยินยอมจากเด็ก

หากรับเด็กมีอายุมากกว่า15 ปี ต้องได้รับความยินยอมจากเด็ก

ครอบครัวอุปถัมภ์

1ขออุปการะเด็กถูกทอดทิ้งที่มีผู้เลี้ยงดูในครอบครัว

การอุปการะเด็กถูกทอดทิ้งที่มีผู้เลี้ยงดูในครอบครัว คืออะไร

การรับเป็นครอบครัวชั่วคราวหรือถาวรให้แก่เด็กที่พ่อแม่ไม่สามารถอุปการะดูแลได้

ใครสามารถจดทะเบียนรับลูกบุญธรรมได้

ผู้มีอายุตั้งแต่ 25 – 60 ปี

ต้องมีอายุมากกว่าเด็กมากกว่า15 ปี

ไม่เป็นโรคร้ายแรงและไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ

ไม่เคยต้องโทษจำคุก

รับเด็กไปอุปการะได้เพียงครั้งละ 1 คน เว้นแต่เป็นเด็กฝาแฝด

หากต้องการรับเด็กในอุปการะเพิ่ม ต้องเว้นระยะเวลาในการขอรับไม่น้อยกว่า 1 ปี

2ขออุปการะเด็กที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์

การอุปการะเด็กที่อยู่ในความอุปการะของสถานสงเคราะห์ คืออะไร

การรับเป็นครอบครัวชั่วคราวหรือถาวรให้แก่เด็กที่อยู่ในการดูแลของสถานสงเคราะห์

ใครสามารถจดทะเบียนรับลูกบุญธรรมได้

ผู้มีอายุตั้งแต่ 25 – 60 ปี

ต้องมีอายุมากกว่าเด็กมากกว่า15 ปี

ไม่เป็นโรคร้ายแรงและไม่เป็นผู้ทุพพลภาพ

ไม่เคยต้องโทษจำคุก

ขอเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูครอบครัวอุปถัมภ์

1การขอเงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูครอบครัวอุปถัมภ์

เงินอุดหนุนค่าเลี้ยงดูครอบครัวอุปถัมภ์ คืออะไร

เงินอุดหนุนที่มอบให้แก่ครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีฐานะยากจนซึ่งรับเลี้ยงเด็กกําพร้าหรือถูกทอดทิ้ง
โดยจะได้รับเงินค่าเลี้ยงดูเด็กเดือนละไม่เกิน 2,000 บาท/เด็ก 1 คน

ใครสามารถจดทะเบียนรับลูกบุญธรรมได้

มีฐานะยากจน (รายได้เฉลี่ยต่อหัวไม่เกิน 3,000 บาท/เดือน)

ไม่เคยได้รับเงินช่วยเหลืออื่นๆจากภาครัฐ

การให้คำปรึกษาเยียวยาก่อนการเลิกอุปการะบุตร

1ยื่นคำร้องขอรับคำปรึกษาการเลิกอุปการะบุตร

ขอรับคำปรึกษาเลิกอุปการะบุตรคืออะไร

เมื่อผู้ขอรับบุตรบุญธรรมต้องการเลิกอุปการะบุตรสามารถยื่นขอรับคำปรึกษาการก่อนเลิกอุปการะบุตรตามกฎหมาย ยกเว้นกรณีที่ศาลมีคำสั่งให้เลิกรับบุตรบุญธรรม เพรากระทำความผิดอาญา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการเลิกรับบุตรบุญธรรมด้วยเหตุสุดวิสัยหรือสมัครใจ

ผู้ที่ศาลมีคำสั่งให้เลิกอุปการะบุตรบุญธรรม

ผู้เลิกรับบุตรบุญธรรมต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูและการศึกษาจนกว่าเด็กจะบรรลุนิติภาวะ

ถ้าเด็กเป็นผู้พิการผู้เลิกรับบุตรบุญธรรมต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูแม้เด็กจะบรรลุนิติภาวะ

ต้องแจ้งความประสงค์เลิกรับบุตรและเข้าสู่กระบวนการเยียวยาก่อนเลิกรับบุตร

แจ้งเกิดภายในกำหนด

1แจ้งเกิดในเขตที่เกิด (15 วันจากวันที่เกิด)

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กเกิดใหม่ที่ยังไม่ได้ทำการแจ้งเกิดให้

เด็กที่เกิดใหม่ที่เกิดในพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ผู้ที่ต้องการแจ้งเกิดภายใน 15 วันหลังจากวันที่เด็กเกิด

หากเกินกำหนดจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หากแจ้งเกิดกับสำนักทะเบียนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เขตที่เด็กเกิดจะมีค่าธรรมเนียม

2แจ้งเกิดนอกเขตที่เกิด (15 วันจากวันที่เกิด)

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กเกิดใหม่ที่โรงพยาบาลยังไม่ได้ทำการแจ้งเกิดให้

เด็กที่เกิดใหม่ที่เกิดนอกพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ผู้ที่ต้องการแจ้งเกิดภายใน 15 วันหลังจากวันที่เด็กเกิด

หากเกินกำหนดจะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

มีค่าธรรมเนียม 20 บาทสำหรับแจ้งเกิดกับสำนักทะเบียนนอกพื้นที่เกิด

แจ้งเกิดเกินกำหนด

1แจ้งเกิดในเขตที่เกิด (เกิน 15 วันจากวันที่เกิด)

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กเกิดใหม่ที่ยังไม่ได้ทำการแจ้งเกิดให้

เกิดในพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ทำการแจ้งเกิดเกิน 15 วันจากที่กำหนด

ต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท

หากแจ้งเกิดกับสำนักทะเบียนอื่นๆ ที่ไม่ใช่เขตที่เด็กเกิดจะมีค่าธรรมเนียม

2แจ้งเกิดนอกเขตที่เกิด (เกิน 15 วันจากวันที่เกิด)

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กเกิดใหม่ที่โรงพยาบาลยังไม่ได้ทำการแจ้งเกิดให้

เด็กที่เกิดใหม่ที่เกิดนอกพื้นที่ที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ทำการแจ้งเกิดเกิน 15 วันจากที่กำหนด

ต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 1,000 บาท

มีค่าธรรมเนียม 20 บาทสำหรับแจ้งเกิดกับสำนักทะเบียนนอกพื้นที่เกิด

แจ้งเกิดเด็กเร่ร่อน

1แจ้งเหตุพบเห็นเด็กเร่ร่อน

ประชาชนทั่วไปไม่สามารถแจ้งเกิดให้เด็กเร่ร่อนได้ เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่กระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หากคุณพบเด็กเร่ร่อน สิ่งที่ต้องทำคือ:

แจ้งเหตุพบเด็กเร่ร่อนได้ที่ OSCC (One Stop Crisis Center) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม โทร. 1300

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุพบเห็นเด็กเร่ร่อนอายุต่ำกว่า 18 ปี เจ้าหน้าจะดำเนินการ ดังนี้

รับเด็กเข้าสถานสงเคราะห์

ตรวจสอบประวัติของเด็กว่ามีการแจ้งเกิดแล้วหรือไม่

หากยังไม่ได้แจ้งเกิดเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้ดำเนินการแจ้งเกิดให้เด็ก

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียน

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กอายุ 3 – 5 ปี

ไม่จำเป็นต้องมีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ

หากเด็กมาสมัครเรียนเกินจำนวนที่โรงเรียนกำหนดอาจมีการสอบหรือจับฉลาก

2รายชื่อโรงเรียนรัฐ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3รายชื่อโรงเรียนเอกชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4รายชื่อโรงเรียนเทศบาลท้องถิ่น ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียน

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กอายุย่างเข้า 7 ปี

ไม่จำเป็นต้องมีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ

หากเด็กมาสมัครเรียนเกินจำนวนที่โรงเรียนกำหนดอาจมีการสอบหรือจับฉลาก

2รายชื่อโรงเรียนรัฐ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3รายชื่อโรงเรียนเอกชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4รายชื่อโรงเรียนเทศบาลท้องถิ่น ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ขอผ่อนผันเข้าเรียน

1การขอผ่อนผันเข้าเรียนก่อนหรือหลังตามการศึกษาภาคบังคับ

บริการนี้เหมาะสมกับ

เด็กเรียนจบชั้นอนุบาล

เด็กเจ็บป่วยด้วยโรคติดต่อร้ายแรง

เด็กเจ็บป่วยซึ่งอยู่ระหว่างพักรักษาตัว

ถ้าเป็นเหตุสุดวิสัยอื่นๆ จะสามารถขอผ่อนผันเข้าเรียนได้ครั้งละ 1 ปีการศึกษา

ถ้าเด็กยังเรียนไม่จบชั้นอนุบาล ผู้ปกครองต้องผ่านประเมินจากของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาก่อน

ย้ายโรงเรียน/ลาออก

1โอนผลการศึกษา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการย้ายโรงเรียน ย้ายหลักสูตร หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศ

หากผลการเรียนบางวิชายังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดนักเรียนต้องลงเรียนเพิ่ม

หากต้องการย้ายโรงเรียนต้องสมัครเรียนที่โรงเรียนนั้นๆก่อนที่จะขอลาออก

สอบวัดผลระดับชาติ

1การสอบวัดความสามารถพื้นฐานของผู้เรียน (National Test)

ทำไมต้องสอบ National Test

เพื่อประเมินคุณภาพผู้เรียนและโรงเรียนที่จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ใครต้องสอบ

นักเรียนชั้น ป.3 และ ป.6

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

สอบ 3 วิชา: ความสามารถด้านภาษา ด้านคำนวณ ด้านเหตุผล

2การสอบวัดระดับผลแห่งชาติ (O-NET)

ทำไมต้องสอบ O-NET

เพื่อเป็นการวัดผลความรู้ของนักเรียนและเป็นการวัดผลการเรียนของโรงเรียนนั้นจัดขึ้นโดย สทศ

ใครต้องสอบ

นักเรียนชั้น ป.3 และ ป.6

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

สอบ 4 รายวิชา: คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียน

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ไม่มีการสอบวัดความสามารถทางวิชาการ

หากเด็กมาสมัครเรียนเกินจำนวนที่โรงเรียนกำหนดอาจมีการสอบหรือจับฉลาก

2รายชื่อโรงเรียนรัฐ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3รายชื่อโรงเรียนเอกชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4รายชื่อโรงเรียนเทศบาลท้องถิ่น ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือทางการเงิน

2กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.)

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา คืออะไร

กองทุนให้กู้ยืมแก่ที่ต้องการเงินสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างศึกษาอยู่ และจะต้องชำระเงินคืนหลังจากจบการศึกษาแล้ว 2 ปี

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นคนไทยมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน

ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่เคยต้องโทษจำคุกความผิดร้ายแรง

ย้ายโรงเรียน/ลาออก

1โอนผลการศึกษา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการย้ายโรงเรียน ย้ายหลักสูตร หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศ

หากผลการเรียนบางวิชายังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดนักเรียนต้องลงเรียนเพิ่ม

หากต้องการย้ายโรงเรียนต้องสมัครเรียนที่โรงเรียนนั้นๆก่อนที่จะขอลาออก

เทียบวุฒิ

1วุฒิการศึกษาในประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2วุฒิการศึกษาจากหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4เทียบโอนผลการเรียนรู้จากประสบการณ์ทางวิชาชีพ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

สอบวัดผลระดับชาติ

1การสอบวัดระดับผลแห่งชาติ (O-NET)

ทำไมต้องสอบ O-NET

เพื่อเป็นการวัดผลความรู้ของนักเรียนและเป็นการวัดผลการเรียนของโรงเรียนนั้นจัดขึ้นโดย สทศ

ใครต้องสอบ

นักเรียนชั้น ม.3 และม.6

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

ชั้น ม.3 สอบ 4 รายวิชา: คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ

ชั้น ม.6 สอบ 5 รายวิชา: สังคม คณิตศาสตร์ ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ

2สอบ GAT/PAT

ทำไมต้องสอบ GAT/PAT

เพื่อนำผลคะแนนไปใช้ยื่นเพื่อคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาจัดสอบโดย สทศ.

ใครต้องสอบ

นักเรียนที่ศึกษาอยู่ในชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า หรือสูงกว่า ม.6 ขึ้นไป

มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ

จัดสอบปีละ 2 ครั้ง คือในเดือนตุลาคม และมีนาคม

สามารถสมัครสอบกี่ครั้งก็ได้เพื่อเลือกคะแนนสอบครั้งที่ดีที่สุด

3สอบ 9 วิชาสามัญ

ทำไมต้องสอบ 9 วิชาสามัญ

เพื่อนำคะแนนไปใช้เข้าศึกษาต่อในอุดมศึกษาระบบรับผ่านตรงเคลียริ่งเฮ้าส์ (Clearing House)

ใครต้องสอบ

นักเรียนที่ศึกษาอยู่ในชั้น ม.6 หรือเทียบเท่า หรือสูงกว่า ม.6 ขึ้นไป

มีค่าใช้จ่ายในการสมัครสอบ

สอบประมาณเดือนมกราคมของทุกปี

สามารถเลือกสอบเฉพาะรายวิชาที่ต้องการนำผลคะแนนไปยื่นสมัครรับตรงได้

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียน

ผู้สมัครเข้าศึกษาต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศการรับสมัครฯ ของสถานศึกษาในช่วงนั้นๆ

ชาวต่างชาติที่อยากสมัครเรียนต้องเข้าสมัครที่สถานศึกษานั้นด้วยตนเอง

หากไม่สามารถสมัครเรียนออนไลน์ได้ให้ติดต่อคณะกรรมการการอาชีวศึกษา

2รายชื่อโรงเรียนอาชีวศึกษา ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3E-Learning : หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4E-Learning : หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือทางการเงิน

1ทุนรัฐบาล (โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน)

โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน คืออะไร

ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเรียนดีเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในและต่างประเทศ

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี

กำลังศึกษาอยู่ชั้น ปวช 2-3 หรือ ปวส 1

เกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตหรืออำเภอนั้นๆ อย่างน้อย 6 เดือน

2กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.)

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา คืออะไร

กองทุนให้กู้ยืมแก่ที่ต้องการเงินสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างศึกษาอยู่ และจะต้องชำระเงินคืนหลังจากจบการศึกษาแล้ว 2 ปี

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นคนไทยมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน

ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่เคยต้องโทษจำคุกความผิดร้ายแรง

ย้ายโรงเรียน/ลาออก

1โอนผลการศึกษา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการย้ายโรงเรียน ย้ายหลักสูตร หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศ

หากผลการเรียนบางวิชายังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดนักเรียนต้องลงเรียนเพิ่ม

หากต้องการย้ายโรงเรียนต้องสมัครเรียนที่โรงเรียนนั้นๆก่อนที่จะขอลาออก

เทียบวุฒิ

1วุฒิการศึกษาในประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2วุฒิการศึกษาจากหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3วุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4เทียบโอนผลการเรียนรู้จากประสบการณ์ทางวิชาชีพ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

สอบวัดระดับผลแห่งชาติ

1สอบ Vocational National Educational Test (V-Net)

ทำไมต้องสอบ V-NET

เพื่อทดสอบความรู้ของนักเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพจัดสอบโดย สทศ

ใครต้องสอบ

นักเรียนที่กำลังศึกษา ปวช. ชั้นปีที่ 3 และ ปวส. ชั้นปีที่ 2

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

จัดสอบประมาณช่วงเดือนมกราคมของทุกปี

สอบ 2 กลุ่มรายวิชา : ความรู้พื้นฐานทั่วไป และความรู้วิชาชีพพื้นฐาน

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียนระดับอนุปริญญา

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายหรือเทียบเท่า

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

2เกณฑ์การเข้าเรียนระดับปริญญาตรี

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาชั้นมัธยมปลายหรือเทียบเท่า

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

3เกณฑ์การเข้าเรียนระดับปริญญาโท

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาจากระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

4เกณฑ์การเข้าเรียนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาจากระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

5เกณฑ์การเข้าเรียนระดับประกาศนียบัตรบัณฑิตขั้นสูง

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาจากระดับประกาศนียบัตรบัณฑิต ปริญญาโท หรือเทียบเท่า

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

6เกณฑ์การเข้าเรียนระดับปริญญาเอก

บริการนี้เหมาะสมกับ

จบการศึกษาจากระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและมีผลการเรียนดีมาก

จบการศึกษาจากระดับปริญญาโทหรือเทียบเท่า

มีผลการสอบภาษาอังกฤษได้ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด

หากต้องการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยรัฐต้องผ่านเกณฑ์การคัดเลือกที่กำหนด

เกณฑ์และคุณสมบัติการรับเข้าศึกษาจะแตกต่างกันในแต่ละสถาบัน

7รายชื่อมหาวิทยาลัยรัฐ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

8รายชื่อมหาวิทยาลัยเอกชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือทางการเงิน

1ทุนรัฐบาล ระดับป.ตรีสุดท้ายและ ป.โท ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2ทุนรัฐบาล ระดับป.โท ขึ้นไป ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.)

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา คืออะไร

กองทุนให้กู้ยืมแก่ที่ต้องการเงินสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างศึกษาอยู่ และจะต้องชำระเงินคืนหลังจากจบการศึกษาแล้ว 2 ปี

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นคนไทยมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน

ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่เคยต้องโทษจำคุกความผิดร้ายแรง

ย้ายมหาวิทยาลัย/ลาออก

1เทียบโอนผลการศึกษา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการย้ายโรงเรียน ย้ายหลักสูตร หรือไปศึกษาต่อต่างประเทศ

หากผลการเรียนบางวิชายังไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดนักเรียนต้องลงเรียนเพิ่ม

หากต้องการย้ายโรงเรียนต้องสมัครเรียนที่โรงเรียนนั้นๆก่อนที่จะขอลาออก

เทียบวุฒิ

1การรับรองสถาบันการศึกษาในประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2เทียบวุฒิการศึกษาระดับอุดมศึกษาจากต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

สอบวัดระดับผลแห่งชาติ

1สอบ University National Education Test (U-NET)

ทำไมต้องสอบ U-NET

เพื่อประเมินมาตรฐานผู้เรียนและวัดคุณภาพของสถาบันการศึกษาจัดสอบโดย สทศ

ใครต้องสอบ

นิสิตนักศึกษาชั้นปีสุดท้าย

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

ไม่ใช่การบังคับสอบ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสาขาวิชา คณะ และสถานศึกษา

เข้าเรียน

1เกณฑ์การเข้าเรียน

บริการนี้เหมาะสมกับ

ประชาชนทั่วไปที่ไม่อยู่ในระบบโรงเรียนอายุมากกว่า 15 ปี

ระดับประถมศึกษาไม่จำกัดพื้นความรู้

มีพื้นความรู้ในระดับก่อนที่จะสมัคร 1 ระดับ (สมัคร ม.ต้นต้องจบชั้นประถม)

2รายชื่อโรงเรียน กศน. ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3การศึกษาทางไกล ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ขอความช่วยเหลือทางการเงิน

1ทุนรัฐบาล (โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน)

โครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน คืออะไร

ทุนการศึกษาสำหรับเด็กเรียนดีเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาตรีทั้งในและต่างประเทศ

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี

กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 หรือ ม.6 หรือเทียบเท่า

เกรดเฉลี่ย 3.00

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตหรืออำเภอนั้นๆอย่างน้อย 6 เดือน

2กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.)

กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา คืออะไร

กองทุนให้กู้ยืมแก่ที่ต้องการเงินสนับสนุนค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา และค่าครองชีพ ตั้งแต่ระดับมัธยมปลายสายสามัญและสายอาชีพ อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยไม่คิดดอกเบี้ยระหว่างศึกษาอยู่ และจะต้องชำระเงินคืนหลังจากจบการศึกษาแล้ว 2 ปี

บริการนี้เหมาะสมกับ

เป็นคนไทยมีรายได้ต่อครอบครัวไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี

ไม่เคยเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขาใดๆ มาก่อน

ไม่เป็นผู้ที่ทำงานประจำในระหว่างศึกษา

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ไม่เคยต้องโทษจำคุกความผิดร้ายแรง

ย้ายโรงเรียน/ลาออก

1เทียบโอนผลการศึกษา

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่ต้องการย้ายโรงเรียน ย้ายหลักสูตร หรือเปลี่ยนระบบการศึกษา

ระดับประถมเทียบโอนได้ไม่เกิน 36 หน่วยกิต

ระดับมัธยมต้นเทียบโอนได้ไม่เกิน 42 หน่วยกิต

ระดับมัธยมปลายเทียบโอนได้ไม่เกิน 57 หน่วยกิต

ไม่รับเทียบโอนรายวิชาที่มีผลการเรียนเป็น 0 ร หรือ มส

เทียบวุฒิ

1วุฒิการศึกษาในประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2วุฒิการศึกษาจากหลักสูตรโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทย ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3เทียบวุฒิการศึกษาจากต่างประเทศ    ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4เทียบความรู้ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

สอบวัดระดับผลแห่งชาติ

1ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติการศึกษานอกระบบ (N-NET)

ทำไมต้องสอบ N-NET

เพื่อทดสอบเพื่อวัดความรู้ให้แก่นักเรียนที่กำลังศึกษาตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ

ใครต้องสอบ

ผู้เรียนที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาในระดับประถม มัธยมต้นและมัธยมปลาย

ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบ

สอบปีละ 2 ครั้ง คือในช่วงปลายภาคเรียนที่ 1 และ 2

ทำบัตรครั้งแรก

1เป็นคนไทย อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์ (ยื่นคำขอภายใน 60 วัน)

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์

มีชื่อในทะเบียนบ้าน

ต้องยื่นขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์

2เป็นคนไทย อายุ 7 ปีบริบูรณ์ (ยื่นคำขอเกิน 60 วัน)

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์

มีชื่อในทะเบียนบ้าน

ยื่นขอเกิน 60 วันนับตั้งแต่อายุครบ 7 ปีบริบูรณ์

ต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

3เป็นคนที่เคยได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประชาชน

คนที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประชาชน คือใคร

ภิกษุ สามเณร นักพรต และนักบวช ผู้พิการ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือผู้ที่อยู่ในที่คุมขัง

บริการนี้เหมาะสมกับ

หากพ้นสภาพจากการยกเว้นแล้วสามารถขอมีบัตรได้

ไม่เสียค่าธรรมเนียมในการขอทำบัตร

 

4เป็นคนที่ได้รับสัญชาติไทย กรณีมีบิดา มารดาเป็นคนต่างชาติ

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปี

มีชื่อในทะเบียนบ้าน

มีบิดาหรือมารดาเป็นคนต่างด้าว

ต้องยื่นขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ได้สัญชาติตามกฏหมาย

5เป็นคนที่ได้รับสัญชาติไทยกรณีแปลงหรือขอกลับคืนสัญชาติ

บริการนี้เหมาะสมกับ

คนไทยอายุครบ 7 ปีบริบูรณ์แต่ไม่เกิน 70 ปี

มีชื่อในทะเบียนบ้าน

เป็นผู้ที่ได้รับสัญชาติไทยกรณีแปลงหรือขอกลับคืนสัญชาติ

ต้องยื่นขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่ได้สัญชาติตามกฏหมาย

บัตรหมดอายุ

1ขอมีบัตรประชาชนใหม่เมื่อบัตรเดิมหมดอายุ

บริการนี้เหมาะสมกับ

ต้องยื่นขอภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันที่บัตรหมดอายุ

สามารถขอมีบัตรใหม่ก่อนวันที่บัตรหมดอายุก็ได้

หากไม่ขอมีบัตรใหม่ภายในกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

บัตรหาย

1บัตรสูญหายหรือถูกทำลาย

บริการนี้เหมาะสมกับ

ต้องมีบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่บัตรหายหรือถูกทำลาย

หากไม่ขอมีบัตรใหม่ภายในกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

ต้องมีหลักฐานการแจ้งความบัตรสูญหายหรือบัตรถูกทำลาย

เปลี่ยนข้อมูลในบัตร

1เปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล หรือชื่อตัวและชื่อสกุล

บริการนี้เหมาะสมกับ

ต้องขอเปลี่ยนบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ภายใน 60 วัน

หากมีความจำเป็นอาจต้องสอบสวนผู้ยื่นคำขอ หรือพยานบุคคลเพิ่มเติม

หากไม่ขอมีบัตรใหม่ภายในกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

2เปลี่ยนที่อยู่

บริการนี้เหมาะสมกับ

ผู้ที่เปลี่ยนที่อยู่หากต้องการขอเปลี่ยนบัตรก็สามารถทำได้

หากมีความจำเป็นอาจต้องสอบสวนผู้ยื่นคำขอ หรือพยานบุคคลเพิ่มเติม

มีเสียค่าธรรมเนียมในการออกบัตร

3เปลี่ยนคำนำหน้าชื่อ

บริการนี้เหมาะสมกับ

เปลี่ยนคำนำหน้านาม (เด็กชาย เป็น นาย หรือจาก เด็กหญิง เป็น นางสาว)

หากมีความจำเป็นอาจต้องสอบสวนผู้ยื่นคำขอ หรือพยานบุคคลเพิ่มเติม

มีเสียค่าธรรมเนียมในการออกบัตร

บัตรชำรุด

1บัตรชำรุดในสาระสำคัญ

บริการนี้เหมาะสมกับ

ต้องมีบัตรใหม่ภายใน 60 วัน นับตั้งแต่วันที่บัตรชำรุด

หากไม่ขอมีบัตรใหม่ภายในกำหนดต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 100 บาท

หากบัตรชำรุดจนไม่สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้ต้องมีการสอบสวนเพิ่มเติม

ศูนย์ฝึกอาชีพภาคกลาง

1ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีนนทบุรี ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวฯชลบุรี ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ศูนย์ฝึกอาชีพภาคเหนือ

1ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดลำปาง ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดลำพูน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ศูนย์ฝึกอาชีพภาคอีสาน

1ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จังหวัดศรีสะเกษ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวรัตนาภา จังหวัดขอนแก่น ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ศูนย์ฝึกอาชีพภาคใต้

1ศูนย์ฝึกอาชีพสงขลา ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ความช่วยเหลือเมื่อถูกกระทำความรุนแรงภายในประเทศ

1สิทธิประโยชน์ของสตรี ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2สายด่วนสุขภาพจิต 1667 ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ความช่วยเหลือเมื่อถูกกระทำความรุนแรงภายนอกประเทศ

1สายด่วนช่วยเหลือภายนอกประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2เครือข่ายช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

สิทธิสตรีที่พึงได้รับ

1สิทธิประโยชน์ของสตรี ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

ความช่วยเหลือเมื่อเป็นเหยื่อการค้าประเวณี

1การเตรียมตัวให้พร้อมเมื่อเผชิญกับการล่วงละเมิดทางเพศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2สายด่วนสุขภาพจิต 1667 ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3สายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

4สายด่วนช่วยเหลือภายนอกประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

5รายชื่อเครือข่ายช่วยเหลือหญิงไทยในต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

เมื่อเด็กกระทำผิด

1สิทธิที่เด็กพึงได้รับเมื่อถูกจับกุมหรือควบคุมตัว ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2การคุ้มครองเมื่อเด็กกระทำผิดกฏหมายในต่างประเทศ ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

3กระบวนการทางกฏหมายเมื่อถูกจับกุม ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

การฝึกอบรมและฟื้นฟู

1รายชื่อศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

2รายชื่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ลิงก์อ่านเพิ่มเติม

กล่องแสดงความคิดเห็น